การยกระดับอีกขั้นของไทยลีคกับทีมสำรอง

การพัฒนาฟุตบอลลีคภายในของประเทศนั้นถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญประการหนึ่งของการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย เนื่องจากว่าหากลีคของบ้านเราเข้มแข็งมีคนดู ก็หมายถึงตัวนักเตะก็จะมีคุณภาพสูงขึ้นไปด้วย ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ มีการพัฒนาไปอีกขึ้นหนึ่งแล้ว นั่นก็คือการส่งทีมสำรองลงการแข่งขัน

ทีมสำรองคืออะไร

ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจกับคนที่ไม่ค่อยได้ติดตามฟุตบอลสักเท่าไรก่อนว่า ทีมสำรองคืออะไร มันก็คือทีมที่เหมือนเป็นทีมชุดสองของทีมที่เล่นอยู่ในไทยลีค 1 นั่นแหละ แต่เพื่อให้นักเตะที่อยู่ในทีมได้มีเวทีสำหรับเล่นอย่างต่อเนื่อง เลยต้องมีการส่งทีมสำรองไปเล่นในลีคที่ต่ำกว่า (ไม่เหมือนคำว่า ตัวสำรองนะ คนละความหมาย)

ทีมสำรองจะไปเล่นที่ไหน

ทีมสำรองที่แต่ละทีมในไทยลีค ส่งลงไปเล่นนั้น พวกเค้าจะต้องส่งทีมไปเล่นในทีมระดับไทยลีค 4 หรือระดับล่างสุด (แต่สูงกว่าทีมสมัครเล่น) โดยทีมสำรองของใครอยู่โซนไหนก็ไปเล่นโซนนั้น อย่างเช่น ทีมสุพรรบุรี เอฟซี บี และ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี บี จะต้องไปเล่นไทยลีค 4 ที่โซนตะวันตก เป็นต้น

เงื่อนไขเบื้องต้นของทีมสำรอง

สำหรับเงื่อนไขเบื้องต้นของทีมสำรองนั่นก็คือ พวกเค้าจะไม่ได้สิทธิ์ในการเลื่อนชั้นขึ้นมา(เพื่อป้องกันปัญหาเจอกันเองระหว่าง ทีมชุดใหญ่กับ ทีมบี) และทีมก็จะไม่ได้รับเงินสนับสนุน เนื่องจากว่าพวกเค้าได้รับจากทีมชุดใหญ่ไปแล้ว แต่สามารถปรับขยายทีมชุดใหญ่จากจำนวนนักเตะ 35 คน เป็น 50 คนได้ ก็มันสองทีมนี่นะ

มีทีมไหนส่งทีมสำรองเล่นบ้าง

เนื่องจากว่ายังไม่เป็นการบังคับ (แต่ในอนาคตบังคับนะ) เลยทำให้มีทีมไทยลีค ส่งทีมสำรองเพียงแค่ 8 ทีมเท่านั้น นอกจากสองทีมที่กล่าวไปแล้วก็มี บุรีรัมย์, แบงค็อก, บางกอกกล๊าส, สุโขทัย และ เชียงรายเท่านั้นที่ส่ง น่าแปลกใจว่า ไม่มีชื่อทีมใหญ่อย่างเมืองทอง หรือ ชลบุรีได้ยังไง

เมสซี่ โรนัลโด้ เหยื่อทางการตลาดของกลุ่มทุน

ในโลกฟุตบอลที่กำลังจะกลายเป็นธุรกิจเต็มตัวไปแล้วตอนนี้ เมื่อก่อนการเข้ามาไล่เทคโอเวอร์สโมสรเป็นว่าเล่นของกลุ่มทุนจากตะวันออกกลางถือว่าสร้างความฮือฮาได้พอสมควร แต่ตอนนี้ก็เงียบไป จนกลายเป็นกลุ่มทุนจากทีมที่กลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มาเขย่าตลาดซื้อขายนักเตะทั้งการดึงไปเล่นที่จีน หรือ ดึงไปเล่นที่ทีมตัวเองในยุโรป ซึ่งชื่อที่ถูกพูดถึงบ่อยสุดก็คือ เมสซี่ หรือไม่ก็ โรนัลโด้

ทำไมต้องเป็นเมสซี่ กับ โรนัลโด้

ถามว่าการทุ่มทุนของกลุ่มจีน ไม่ว่าจะเป็นระดับโคตรสถิติโลกค่าเหนื่อยแพงมหาศาล ทำไมกลุ่มทุนจากจีนถึงต้องการตามล่าสองคนนี้มาให้ได้ คำตอบก็คือ สองคนนี้เป็นนักเตะที่ว่ากันว่าดีที่สุดในโลกตอนนี้แล้ว หากทีมกลุ่มทุนจากจีนสามารถซื้อไปได้ นั่นหมายถึง มูลค่าทางการตลาดของทีมเค้าจะสูงขึ้น ยังไม่รวมถึงสินค้า บริการต่างๆที่สามารถหยิบพวกเค้าไปเป็นพรีเซนเตอร์ได้อีก เรียกได้ว่า ค่าตัวที่จ่ายไปนั้น ดูจะน้อยไปเลยหากกลุ่มทุนสามารถได้พวกเค้าไปได้

ทำตัวให้เป็นข่าว เท่านั้นเอง

แต่อย่างไรก็ดี ข่าวการทุ่มเงินล่าหัวเมสซี่ หรือ โรนัลโด้นั้น หากมองให้ดีเค้าทั้งสองเป็นแค่เหยื่อของการตลาดเท่านั้นเอง เพราะว่าแค่การออกข่าวด้วยค่าตัวเวอร์ เพียงเท่านี้ชื่อของทีมหรือกลุ่มทุนนั้นก็กลายเป็นที่รู้จักแล้ว เรียกได้ว่าไม่ต้องจ้างสองคนนี้มาเป็นพรีเซนเตอร์ ก็เหมือนได้สองคนนี้มาเป็นพรีเซนเตอร์นำเสนอชื่อสโมสรให้เป็นที่รู้จักนั่นแหละ

โอกาสในการย้ายทีมด้วยเงิน

แต่ถามต่อว่าโอกาสในการย้ายตัวไปกลุ่มทุนจากจีนมีไหม บอกเลยว่าทั้งสองคนไม่ไปแน่นอน เพราะทั้งสองคนปัจจุบันก็มีเพื่อนร่วมทีมที่ดี ค่าเหนื่อยติดอันดับโลกอยู่แล้ว ไหนจะค่าพรีเซนเตอร์อีก จะย้ายไปทำไม แค่นี้เงินก็ใช้ไม่หมดแล้ว จริงไหม

บอลถ้วยสำคัญ ก่อนถึงช่วงสำคัญของแมนยู

หลังจากผ่านช่วงบ็อกซิ่งเดย์ มาด้วยชัยชนะติดต่อกัน พร้อมกับเก็บคะแนนแบบเต็มเม็ด เต็มหน่วย ทำให้ตอนนี้ผีแดงแมนยู กลับมาดุอีกครั้งหนึ่งแล้ว น่าเสียดายว่ามีเกมบอลถ้วยมาคั่นกลางเสียก่อน นั่นทำให้แฟนแมนยูแอบเซ็งเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าเป็นบอลถ้วยที่มาในถูกช่วงจังหวะดีเหลือเกินทั้งสองเกม ก่อนจะกลับไปเจอของจริงในลีค

บอลถ้วยเอฟเอคัพ เจอรองบ่อนไม่น่ายาก

เกมบอลถ้วยเกมแรกเป็นเกมเอฟเอคัพ รอบที่สาม ที่แมนยูจะได้เปิดบ้านเจอกับ เรดดิ้ง ที่นำมาโดยนักเตะเก่าที่คุ้นเคยอย่าง ยาป สตัม ปราการเหล็กคนหนึ่งที่เคยเล่นให้กับผีแดงมาก่อน อ้อ ถ้ายังไม่ลืมกันเรดดิ้งมีเจ้าของเป็นคนไทยด้วย สปอนเซอร์ที่หน้าอกเสื้อก็เป็นเครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่งในบ้านเราด้วย เกมนี้น่าจะเป็นเกมที่ไม่ยากเท่าไรนัก น่าจะเอาชนะไปได้อย่างสบายๆ

บอลถ้วยอีเอฟแอลคัพ บอลเปลี่ยนโค้ชไม่ง่าย

เกมบอลถ้วยที่สอง ในวันที่ 11 ก็คือ เกมบอลถ้วย อีเอฟแอล รอบรองชนะเลิศนัดแรกที่เราจะต้องไปเจอกับทีมระดับพรีเมียร์ลีคกด้วยกันอย่าง ฮัลล์ ซิตี้ ถ้าเจอกันเดือนที่แล้วก็จะบอกว่าเกมนี้น่าจะง่ายๆ ผ่านได้แต่เอาจริงๆพอเปลี่ยนโค้ชมาอย่างนี้ ฮัลล์ อาจจะกลายร่างจากเสือน้อย เป็น เสือโคร่งก็ได้เหมือนกัน ถือว่าไม่ง่าย แต่น่าจะเอาตัวรอดมาได้

แดงเดือด ยกสอง จุดเปลี่ยนสำคัญของแมนยู

พอจบจากเกมบอลถ้วยไปแล้ว แมนยูจะกลับมาเจอบททดสอบจริงๆสักทีนั่นก็คือการทำศึกแดงเดือดยกที่สองที่บ้านตัวเอง แน่นอนว่าลิเวอร์พูลชั่วโมงนี้เป็นทีมที่ประมาทไม่ได้เลย ถึงแม้ว่า มาเน่ จะไม่อยู่ แต่การได้คูตินโญ่ กลับมางานนี้บอกเลย กองหลังมีเสียวแน่นอน ถ้าหากว่าผ่านไปได้ ที่เหลือลุ้นกันยาวๆ แต่หากไม่ได้ ทุกอย่างคงต้องจบ

เกิดอะไรขึ้นกับ รีล มาดริด

รีล มาดริด
รีล มาดริด
รีล มาดริด

ถือว่าน่าแปลกใจอยู่เหมือนกัน กับฟอร์มของทีมใหญ่อย่าง ราชัน ชุดขาว รีล มาดริด ที่ตอนนี้ต้องบอกว่า เป็นทีมที่หาชัยชนะไม่เจอเลย เนื่องจากเสมอติดต่อกันมาถึง 4 นัดแล้ว เมื่อรวมทุกรายการ มาดูกันว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับทีมนี้

ผลเสมอติดๆกัน

ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่หาความสมดุลย์ของทีมอย่างแท้จริง ของ รีล มาดริด เพราะ 4 เกมหลังสุดเสมออย่างเดียเลย เริ่มจาก เสมอเกมลีคกับ บียาร์รีลไป 1-1 นัดต่อมาไปเยือน ลาส พามาสก็เสมอไปอีก 2-2 นัดที่สามเล่นเกม UCL โดยไปเยือนดอร์ทมุนด์ที่เยอรมัน ก็เสมอไปอีก 2-2 นัดล่าสุดเปิดบ้านเจอน้องใหม่อย่าง เออิบาร์ ก็เอาชนะไม่ได้ เสมอไปอีก 1-1 ซึ่งต่างจากช่วงก่อนหน้านี้ที่เอาชนะมารวดเดียวจบเลย น่าแปลกใจจริงๆ

อันดับในลีค ตอนนี้

เนื่องจากช่วงต้นฤดูกาล รีล มาดริดของซีดาน นั้นเอาชนะคู่แข่งเก็บแต้มไว้ได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้ตอนนี้ถึงแม้ว่าในลีคจะเสมอมาติดๆกัน ก็ยังไม่ค่อยเสียหายเท่าไร ยังเป็นอันดับที่ 2 มี 15 คะแนน ตามหลังผู้นำอย่าง แอต.มาดริด ตรงที่ลูกได้เสียเท่านั้น แต่น่าสนใจก็คือ หากบาร์ซา ที่เล่นทีหลังเอาชนะได้พวกเค้าจะแซงขึ้นเป็นที่หนึ่งด้วย 16 คะแนนทันที ซึ่งก็ถือว่าคะแนนยังเกาะกลุ่มกันอยู่

ซีดาน กับการติวลูกทีม

มาถึงตรงนี้คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การที่ มาดริดไม่ชนะใครเลยนั้น นอกจากอันดับตารางคะแนนแล้วยังมีเรื่องของความมั่นใจของนักเตะขึ้นมาอีกด้วย ซึ่งการจัดการตรงนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ซีเนอดีน ซีดาน ผู้จัดการทีมป้ายแดง ที่คราวนี้จะเป็นการวัดกึ๋นของเค้าจริงๆว่าจะพาลูกทีมกลับฝั่งได้เร็วแค่ไหน ถ้ากลับมาเร็วก็แล้วไป แต่ถ้ากลับมาช้า มาดริดอาจจะต้องตามหลังทีมนำอย่าง แอต.มาดริด และ บาร์ซา ไปอีกปี

คริสเตรียน เบนเทเก้ เกิดอีกทีต้องมีเธอ

คริสเตรียน เบนเทเก้
คริสเตรียน เบนเทเก้
คริสเตรียน เบนเทเก้

ช่วงฤดูกาลที่แล้ว เชื่อว่าเหล่าแฟนลิเวอร์พูล คงคาดหวังไม่น้อยกับการมาของกองหน้าร่างยักษ์ ฟรอม์เยี่ยมที่ชื่อว่า คริสเตรียน เบนเทเก้ ศูนย์หน้าชาวเบลเยี่ยม ที่ย้ายมาจากแอสตัน วิลล่า ด้วยค่าตัว32 ล้านปอนด์ ปรากฏว่าผลไม่ได้เป็นดังที่หวัง เพราะเค้าเล่นได้ไม่ดีเอาเสียเลย ในสีเสื้อของลิเวอร์พูล จนต้องย้ายออกไปยังทีมคริสตัล พาเลซ

สถิติที่ตกต่ำจนน่าใจหาย

คริสเตียน เบนเทเก้ มีฤดูกาลที่ยอดแย่ทีเดียวในสีเสื้อของลิเวอร์พูล ในฤดูกาล 2015-2016 เค้ามีสถิติการลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลในทุกรายการคือ ลงเล่นไปทั้งหมด 42 เกม แบ่งเป็น เกมลีค 29 นัด เกมเอฟเอคัพ 4 นัด เกมลีคคัพ อีก 2 นัด และอื่นอีก 7 นัด ปรากฏว่าจากการลงสนามทั้งหมดเค้ายิงได้เพียงแค่ 10 ประตูเท่านั้น ยังไม่รวมถึงความมั่นใจที่หดหายลงไปเยอะ จากดาวยิงตัวอันตรายจากแอสตัน วิลล่า กลายเป็นหัวหอกหมดราคาไปเลยตอนนั้น

กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง

ชีวิตคนเรามีขึ้น มีลง คงอธิบายกราฟชีวิตของเบนเทเก้ ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากว่า พอเข้าได้ย้ายมาเล่นกับคริสตัล พาเลซ ในราคาเกือบ 32 ล้านปอนด์ ฟอร์มของเค้าก็ดูเหมือนจะดีขึ้นเรื่อย ด้วยสถิติการลงเล่นให้กับทุกรายการคือ 7 เกม แต่ยิงไปแล้ว 3 ประตู ถือว่าเริ่มต้นได้ยอดเยี่ยมทีเดียว น่าแปลกว่าทำไมเค้าถึงกลับมาเล่นดีอีกครั้ง

สไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน

คำตอบเลยก็คือ มันเป็นเรื่องของแผนและสไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน ที่ลิเวอร์พูล เบนเทเก้ มักจะได้ลงเล่นในตำแหน่งหอกเดี่ยว แล้วนักเตะในทีมส่วนใหญ่มักจะชอบเล่นบอลบนพื้น ชิ่งบอลเร็ว ต่อบอลสั้น ซึ่งเป็นสไตล์ที่ไม่เข้ากับเบนเทเก้ เลย แตกต่างจากกตอนนี้ที่คริสตัล พาเลซ เล่นเน้นเกมรับ แล้วโยนยาว แน่นอนว่าตัวใหญ่อย่างเบนเทเก้ นี่ยิ้มเลย โยนมาเหอะเดี๋ยวจัดการต่อเอง ก็เลยทำให้ความมั่นใจกลับมา ยินดีด้วยนะ เบนเทเก้