ซื้อขายตลาดหน้าหนาว ไม่ง่ายอย่างที่คิด

ช่วงนี้ในลีคยุโรปนอกจากจะคึกคักไปด้วยการแข่งขันที่เข้มข้น และสามารเกิดขึ้นได้ทุกอย่างแล้ว ยังมีข่าวการซื้อขายนักเตะตลาดหน้าหนาวออกมาเป็นระยะ ซึ่งจะว่าไปการซื้อขายนักเตะช่วงตลาดหน้าหนาวนั้น ต้องบอกเลยว่าไม่ค่อยจะคึกคักแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว เพราะสโมสรส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยปล่อยนักเตะเท่าไร
นักเตะตัวหลัก สโมสรไม่ยอมขาย
สาเหตุแรกที่ไม่ค่อยมีการย้ายกันเท่าไรก็เพราะว่าคนซื้อก็อยากได้นักเตะที่ซื้อมาแล้วสามารถลงเล่นได้ทันที ปรับตัวได้เร็ว ซึ่งมักจะเป็นนักเตะตัวหลักของทีมที่ได้ลงเล่นเป็นประจำ และคุ้นเคยกับการลงสนาม ซึ่งนักเตะตัวหลักที่คนซื้ออยากได้นั้น ส่วนใหญ่คนขายเค้าไม่อยากขายกันหรอก เพราะการขายตัวหลักออกไปกลางฤดูกาลหากไม่ได้ราคางามจริงๆ หรือพฤติกรรมรับไม่ได้จริงๆ การทำแบบนั้นมันเท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ
นักเตะสำรอง สโมสรเก็บไว้เองดีกว่า
ถ้าหากว่าไม่ได้นักเตะตัวหลักของทีม หากมองไปที่นักเตะที่ซุ้มม้านั่งสำรองที่คนซื้อสามารถซื้อได้ คนขายก็ไม่อยากขายอยู่ดีเนื่องจากตัวสำรองถือว่ามีบทบาทสำคัญมากในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล เพราะหากนักเตะตัวหลักเจ็บการมีตัวสำรองที่มีคุณภาพทดแทนกันได้ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ทำให้แต่ละทีมถือคติว่า มีนักเตะเหลือดีกว่าขาดไป เลยทำให้แม้แต่นักเตะสำรองก็ไม่อยากขายกัน ถ้าจะเอาจริงไปตอนซัมเมอร์ดีกว่า
นักเตะที่ทีมไม่เอา อาจจะไม่ดีพอ
เมื่อตัวจริงไม่ได้ ตัวสำรองก็ไม่ได้ ทางเลือกสุดท้ายของคนซื้อก็คือ ต้องไปเลือกนักเตะที่คนขายบอกเลยว่าไม่เอาจริงๆ แน่นอนว่าถ้าติดต่อไปได้แน่นอน เพราะคนขายก็อยากขาย แต่คนซื้อก็ต้องเสี่ยงเหมือนกันเพราะนักเตะกลุ่มนี้ไม่ได้ลงสนามนานมากอาจจะมีปัญหาเรื่องความฟิต และความเข้าใจในเกม ซึ่งก็ทำให้คนซื้อลังเลจนไม่ซื้อดีกว่า สุดท้ายมันก็เลยทำให้ตลาดหน้าหนาวไม่ค่อยคึกคักอย่างที่เห็น

เป๋ได้แต่อย่านาน นะเป๊บ

ถือว่าเป็นช่วงพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกจริงๆ นั่นก็คือ เป๊บ กวาดิโอลาร์ กุนซือสมองเพชรที่ตอนนี้เหมือนคนหมดช่วงฮันนีมูนยังไงยังงั้น เพราะไม่ว่าจะหยิบจับทำอะไรมันก็ไม่ดีไปเสียหมด ยิ่งไปโดนเอฟเวอร์ตันอัดมา 4-0 ก็ยิ่งไปกันใหญ่เลย มาอาทิตย์นี้ก็จะต้องมาเจอของแข็งอย่าง สเปอร์ส ไปอีก จะเป็นยังไงกันหนอ
เตะกับสเปอร์ส แพ้ไม่ได้
เกมนี้ต้องบอกเลยว่า ถึงแม้ว่าผู้มาเยือนที่เอติฮัด สเตเดี้ยมจะฟอร์มดีแค่ไหน แต่เป๊บ และลูกทีมจะต้องแพ้ไม่ได้เด็ดขาด ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่าหากยังหวังลุ้นแชมป์แบบเลือนราง ก็ต้องเอาชนะให้ได้เพื่อเกาะกลุ่มเอาไว้ แต่หากแพ้ล่ะก็คะแนนก็จะยิ่งห่างไปอีก รวมถึงกลุ่มที่ไล่ตามมาก็จะทำคะแนนแซงขึ้นไปได้ เกมนี้จึงไม่สามารถแพ้ได้เพื่อรักษาตำแหน่งตัวเอง และ ความมั่นใจของทีมเอาไว้ด้วย
โปรแกรมงานเบารออยู่
หากอาทิตย์นี้ แมนซิตี้ ผ่านสเปอร์สไปด้วยผลการแข่งขันที่ต้องการ (อย่างน้อยต้องเสมอ) ก็ถือว่าโปรแกรมจะเป็นใจให้พวกเค้านิดหนึ่ง นั่นก็คือสามนัดในพรีเมียร์ลีคพวกเค้าเจอทีมที่ไม่น่าจะยากเท่าไร อย่าง เวสต์แฮม(เยือน) สวอนซี(เหย้า) และ บอร์นมัธ(เยือน) แน่นอนว่าสามเกมนี้พวกเค้าน่าจะเอาชนะได้ทั้งหมดเพื่อเรียกความมั่นใจของพวกเค้ากลับมาให้เหมือนตอนต้นฤดูกาลที่เล่น ยิง ส่ง จ่าย อะไรก็ดีไปหมด ถ้าทำได้ก็สนุกเลย แต่ถ้าทำไม่ได้งานนี้แย่แน่
อาการเป๋ เป็นได้แต่อย่านาน
ในการแข่งขันลีคอันยาวนานนั้น ไม่ว่าทีมไหนก็ตามต่างก็ต้องมีวันที่ฟอร์มตกด้วยกันบ้างเท่านั้นเอง ซึ่งตอนนี้เป๊บ กับแมนซิตี้ก็กำลังเจอช่วงเวลานั้นอยู่ ก็ต้องมาดูว่า เป๊บ จะสามารถนำทีมให้กลับมาสู่เส้นทางได้เร็วแค่ไหน หากกลับมาได้เร็วก็ดี แต่หากกลับมาได้ช้า รับรองว่าถึงตอนนั้นอาจจะหลุดวงโคจรไปแล้วก็เป็นได้

อะไรทำให้เรือใบ จมมิดลำ

เกมพรีเมียร์ลีคอาทิตย์นี้นอกจากเกมแดงเดือดระหว่างแมนยูกับลิเวอร์พูลแล้ว เชื่อว่าเกมที่สร้างอาการช็อคให้กับแฟนบอลมากที่สุดเกมหนึ่งเลยก็คือ เกมที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปโดน เอฟเวอร์ตัน ที่ฟอร์มสดดีเหลือเกิน เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ถึง 4-0 หลายคนอาจจะขยี้ตาว่าดูผิดหรือเปล่า แต่เชื่อเหอะว่าดูไม่ผิดแน่นอน ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นในเกมนั้น

สปิริตทีมที่เคยมีหายหมด

สำหรับเจ้าบ้านอย่างเอฟเวอร์ตัน ตั้งแต่ยุคไหนแต่ไรมา มักจะเป็นทีมที่เล่นด้วยทีมสปิริตที่เข้มแข็งเสมอ และเกมนี้ก็เหมือนกันพวกเค้าเล่นได้อย่างมีสปิริตของผู้ชนะอย่างแข็งแกร่งสมกับเป็นสไตล์อังกฤษขนานแท้ ซึ่งแตกต่างกับผู้มาเยือนอย่างเรือใบสีฟ้า ที่เล่นกันดูเหมือนเนือย ขาดสปิริตทีมกันอย่างมาก ผลก็เลยออกมาอย่างที่เห็น จังหวะต่างๆเอฟเวอร์ตันเล่นถึงตลอด

เล่นแบบเดี่ยว ไม่เน้นทีม

เป๊ป กวาดิโอลาร์ เป็นกุนซืออีกคนหนึ่งที่เน้นไปที่การสร้างทีมฟุตบอลที่ระบบทีมเป็นหลักไม่เน้นตัวบุคคล แต่ว่าเกมนี้มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น นักเตะของแมนซิติต่างคนต่างเล่นด้วยความสามารถเฉพาะตัวเป็นหลักเหมือนกับเป็นบอลชายเดี่ยวยังไงยังงั้น ผลก็คือถูกเอฟเวอร์ตันเข้าบอลแบบดับเบิ้ลทีม ดักไว้หมด แตกต่างกับเอฟเวอร์ตันที่เล่นกันเป็นทีมดีเหลือเกินทุกคนช่วยกันเล่น ช่วยกันวิ่งหาตำแหน่งหาช่อง สุดท้ายกองหลังของแมนซิตี้ก็วิ่งไม่ทัน ก็เลยโดนฉกไปยิงแบบง่ายๆ

เชื่องช้า อืดอาด ไม่สด

ข้อสุดท้ายที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ ความสด ความเร็ว ความปราดเปรียว ที่ทางเอฟเวอร์ตันเลือกใช้ดาวรุ่งลงมาปั่นป่วนแนวรับของแมนซิตี้ นักเตะวัยกระเตาะเหล่านี่ช่วงต้นเกมมีปัญหาเรื่องความประหม่าเล็กน้อย แต่ประตูแรกของลูคาคู ทำให้เล่นง่ายขึ้น มั่นใจขึ้น กล้าเล่น กล้าลุย สุดท้ายผลงานก็เลยออกมาดีอย่างที่เห็น

การยกระดับอีกขั้นของไทยลีคกับทีมสำรอง

การพัฒนาฟุตบอลลีคภายในของประเทศนั้นถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญประการหนึ่งของการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย เนื่องจากว่าหากลีคของบ้านเราเข้มแข็งมีคนดู ก็หมายถึงตัวนักเตะก็จะมีคุณภาพสูงขึ้นไปด้วย ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ มีการพัฒนาไปอีกขึ้นหนึ่งแล้ว นั่นก็คือการส่งทีมสำรองลงการแข่งขัน

ทีมสำรองคืออะไร

ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจกับคนที่ไม่ค่อยได้ติดตามฟุตบอลสักเท่าไรก่อนว่า ทีมสำรองคืออะไร มันก็คือทีมที่เหมือนเป็นทีมชุดสองของทีมที่เล่นอยู่ในไทยลีค 1 นั่นแหละ แต่เพื่อให้นักเตะที่อยู่ในทีมได้มีเวทีสำหรับเล่นอย่างต่อเนื่อง เลยต้องมีการส่งทีมสำรองไปเล่นในลีคที่ต่ำกว่า (ไม่เหมือนคำว่า ตัวสำรองนะ คนละความหมาย)

ทีมสำรองจะไปเล่นที่ไหน

ทีมสำรองที่แต่ละทีมในไทยลีค ส่งลงไปเล่นนั้น พวกเค้าจะต้องส่งทีมไปเล่นในทีมระดับไทยลีค 4 หรือระดับล่างสุด (แต่สูงกว่าทีมสมัครเล่น) โดยทีมสำรองของใครอยู่โซนไหนก็ไปเล่นโซนนั้น อย่างเช่น ทีมสุพรรบุรี เอฟซี บี และ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี บี จะต้องไปเล่นไทยลีค 4 ที่โซนตะวันตก เป็นต้น

เงื่อนไขเบื้องต้นของทีมสำรอง

สำหรับเงื่อนไขเบื้องต้นของทีมสำรองนั่นก็คือ พวกเค้าจะไม่ได้สิทธิ์ในการเลื่อนชั้นขึ้นมา(เพื่อป้องกันปัญหาเจอกันเองระหว่าง ทีมชุดใหญ่กับ ทีมบี) และทีมก็จะไม่ได้รับเงินสนับสนุน เนื่องจากว่าพวกเค้าได้รับจากทีมชุดใหญ่ไปแล้ว แต่สามารถปรับขยายทีมชุดใหญ่จากจำนวนนักเตะ 35 คน เป็น 50 คนได้ ก็มันสองทีมนี่นะ

มีทีมไหนส่งทีมสำรองเล่นบ้าง

เนื่องจากว่ายังไม่เป็นการบังคับ (แต่ในอนาคตบังคับนะ) เลยทำให้มีทีมไทยลีค ส่งทีมสำรองเพียงแค่ 8 ทีมเท่านั้น นอกจากสองทีมที่กล่าวไปแล้วก็มี บุรีรัมย์, แบงค็อก, บางกอกกล๊าส, สุโขทัย และ เชียงรายเท่านั้นที่ส่ง น่าแปลกใจว่า ไม่มีชื่อทีมใหญ่อย่างเมืองทอง หรือ ชลบุรีได้ยังไง

เมสซี่ โรนัลโด้ เหยื่อทางการตลาดของกลุ่มทุน

ในโลกฟุตบอลที่กำลังจะกลายเป็นธุรกิจเต็มตัวไปแล้วตอนนี้ เมื่อก่อนการเข้ามาไล่เทคโอเวอร์สโมสรเป็นว่าเล่นของกลุ่มทุนจากตะวันออกกลางถือว่าสร้างความฮือฮาได้พอสมควร แต่ตอนนี้ก็เงียบไป จนกลายเป็นกลุ่มทุนจากทีมที่กลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มาเขย่าตลาดซื้อขายนักเตะทั้งการดึงไปเล่นที่จีน หรือ ดึงไปเล่นที่ทีมตัวเองในยุโรป ซึ่งชื่อที่ถูกพูดถึงบ่อยสุดก็คือ เมสซี่ หรือไม่ก็ โรนัลโด้

ทำไมต้องเป็นเมสซี่ กับ โรนัลโด้

ถามว่าการทุ่มทุนของกลุ่มจีน ไม่ว่าจะเป็นระดับโคตรสถิติโลกค่าเหนื่อยแพงมหาศาล ทำไมกลุ่มทุนจากจีนถึงต้องการตามล่าสองคนนี้มาให้ได้ คำตอบก็คือ สองคนนี้เป็นนักเตะที่ว่ากันว่าดีที่สุดในโลกตอนนี้แล้ว หากทีมกลุ่มทุนจากจีนสามารถซื้อไปได้ นั่นหมายถึง มูลค่าทางการตลาดของทีมเค้าจะสูงขึ้น ยังไม่รวมถึงสินค้า บริการต่างๆที่สามารถหยิบพวกเค้าไปเป็นพรีเซนเตอร์ได้อีก เรียกได้ว่า ค่าตัวที่จ่ายไปนั้น ดูจะน้อยไปเลยหากกลุ่มทุนสามารถได้พวกเค้าไปได้

ทำตัวให้เป็นข่าว เท่านั้นเอง

แต่อย่างไรก็ดี ข่าวการทุ่มเงินล่าหัวเมสซี่ หรือ โรนัลโด้นั้น หากมองให้ดีเค้าทั้งสองเป็นแค่เหยื่อของการตลาดเท่านั้นเอง เพราะว่าแค่การออกข่าวด้วยค่าตัวเวอร์ เพียงเท่านี้ชื่อของทีมหรือกลุ่มทุนนั้นก็กลายเป็นที่รู้จักแล้ว เรียกได้ว่าไม่ต้องจ้างสองคนนี้มาเป็นพรีเซนเตอร์ ก็เหมือนได้สองคนนี้มาเป็นพรีเซนเตอร์นำเสนอชื่อสโมสรให้เป็นที่รู้จักนั่นแหละ

โอกาสในการย้ายทีมด้วยเงิน

แต่ถามต่อว่าโอกาสในการย้ายตัวไปกลุ่มทุนจากจีนมีไหม บอกเลยว่าทั้งสองคนไม่ไปแน่นอน เพราะทั้งสองคนปัจจุบันก็มีเพื่อนร่วมทีมที่ดี ค่าเหนื่อยติดอันดับโลกอยู่แล้ว ไหนจะค่าพรีเซนเตอร์อีก จะย้ายไปทำไม แค่นี้เงินก็ใช้ไม่หมดแล้ว จริงไหม