เปลี่ยนแล้วมันก็ดีอย่างนี้

เชื่อว่าหลังจากที่ไทยเราสามารถสร้างเซอร์ไพร์สด้วยการเสมอกับออสเตรเลีย ไปได้ด้วยสกอร์ 2-2 ในเกมนั้นสิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนเลยก็คือ เกมนี้ทีมชาติไทยเราสามารถต่อกรกับออสเตรเลียได้ นอกจากอากาศจะเป็นใจด้วยแล้ว การเปลี่ยนแปลง ถือว่าเป็นคำสำคัญที่ทำให้เกมนี้ออกมาดีเลยทีเดียว ว่าแต่เกมนี้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

เปลี่ยนแผนการเล่น

อย่างแรกที่เห็นได้อย่างชัดเจน จนแฟนบอลหลายคน(รวมถึงผู้เขียน)ด้วยรู้สึกพอใจก็คือ การเปลี่ยนแปลงแผนการเล่นที่แต่เดิมเรามักจะยึดแผน 4-2-2- หรือ 4-3-3 เป็นหลักตามสมัยนิยม แต่คราวนี้พี่โก้ปรับหมากใหม่เป็น 3-5-2 ใช้วิงแบ็คเป็นอาวุธหลักในการเล่น ทำเอาออสเตรเลียที่น่าจะเตรียมแผนมาจัดการกับ 4-4-2 ของพี่โก้ ต้องมาแก้สถานการณ์ตรงหน้าให้วุ่นวายเล็กๆ

เปลี่ยนแท็คติค

เมื่อเปลี่ยนแผนการเล่นแล้ว สิ่งที่พี่โก้เปลี่ยนตามมาก็คือ การปรับแท็คติคด้านข้างในการปิดเกมรุกของออสเตรเลียที่เน้นการโยนจากด้านข้างเป็นหลัก แล้วมันก็ได้ผลด้วย เพราะวิงแบ็คของเราสามารถเก็บได้หมด หากเลี้ยงตัดเข้ากลางก็มีสารัช อยู่เย็น คอยดักไว้ จนไปไม่เป็นเลยการออสเตรเลียได้ประตูจากจุดโทษเท่านั้น น่าจะเป็นข้อสรุปได้เป็นอย่างดี แต่ที่น่าติงคือการป้องกันลูกนิ่งยังทำไม่ดีเท่าไร

เปลี่ยนผู้เล่นที่ลงสนาม

แต่ที่ถือว่าทำเอาแฟนบอลงง แต่ก็ดีใจก็คือ การสับเปลี่ยนนักเตะที่ลงเล่นในเกมนี้ พี่โก้ไม่ใช้มุกเดิมๆอีกแล้ว ครั้งนี้ประทุม ชูทอง กับตำแหน่งกองหลัง ถ้าไม่นับตอนเสียลูกโทษลูกแรก ส่วนอื่นถือว่าไม่เสียหาย ส่วนเจ้าปีโป้ ที่ได้ลงเป็นตัวจริงครั้งแรก ก็ทำได้ดีเหมือนกัน น่าเสียดายที่ลูกหลุดเดี่ยวน่าจะทำได้ดีกว่านี้ (ถ้าเป็นมุ้ย หลุดไปอย่างนั้น ไม่น่าพลาด) ส่วนการเปลี่ยนตัวถึงจะไม่ได้เป็นเหมือนเดิม แต่ก็ถือว่าช้าไปหน่อย

ทีมชาติไทยกับมาตรฐานระดับเอเชีย

ทีมชาติไทย
ทีมชาติไทย
ทีมชาติไทย

หลังจากจบเกมคัดเลือกฟุตบอลโลกโซนเอเชีย รอบสามสองนัดแรกไปแล้วทั้งการไปเยือนซาอุ และเปิดบ้านรับญี่ปุ่นซึ่งเป็นทีมมาตรฐานสูงในระดับเอเชียทั้งคู่ น่าจะทำให้ทีมชาติไทยเรากลับมาพบกลับความจริงว่า เรายังขาดเหลืออะไรบ้าง ในการยกระดับและมาตรฐานตัวเองจากระดับอาเซียนไปสู่ระดับเอเชีย

นักเตะตัวหลัก และนักเตะตัวสำรอง

เรื่องแรกที่ไทยเราต้องพัฒนาขึ้นไปอีกก็คือ มาตรฐานของนักเตะตัวจริงและตัวสำรอง ที่ยังไม่สามารถทดแทนกันได้ในยามที่ตัวจริงเจออาการบาดเจ็บ หรือติดโทษแบน สังเกตุได้จากเกมที่เจอกับ ญี่ปุ่นนั้น เราขาดสารัช อยู่เย็นไป ทำให้ไม่มีคนคอยตัดเกมทำให้กองหลังรับเกมบุกแบบเต็มๆดีที่เราโดนไม่เยอะอาจจะเป็นเพราะญี่ปุ่นไม่คมเองด้วย

โอกาส ตัวพลิกเกม ที่ยังไม่มี

ตั้งแต่เกมจากซาอุ มาถึง เกมกับญี่ปุ่น ต้องบอกเลยว่าถ้าเป็นเกมแรกเราสู้ได้แน่นอน แต่เกมกับญี่ปุ่น นี่ต้องบอกเลยว่า เราสู้เค้าไม่ได้เลย โดยเฉพาะแดนกลางที่เน้นไปที่เมสซี่เจ มากเกินไป คงจะดีกว่านี้ถ้าเรามีตัวพลิกเกมที่มากกว่านี้ สำหรับ ปีโป้ ศูนย์หน้าร่างยักษ์ที่ลงมาพลิกเกม อันนี้ดีแต่อยากให้ไพ่ใบอื่นด้วย

รูปร่าง กับ ความฟิตที่น้อยกว่า

เรื่องหนึ่งที่เรามองเห็นอย่างชัดเจนในเกมกับญี่ปุ่นก็คือ เรื่องของรูปร่างที่เราเป็นรองเค้าอยู่พอสมควรทั้งส่วนสูง และความหนาของร่างกาย ตรงนี้คงต้องเป็นเรื่องของวิทยาศาตร์การกีฬาและทีมฟิตเนสแล้วว่าจะเพิ่มอะไรตรงไหนบ้าง ส่วนความฟิตเกมกับซาอุโอเค แต่เกมกับญี่ปุ่นท้ายเกมเราหมดเลย อาจจะเป็นเพราะโดนบดมาตลอดเกมด้วย

ที่เรามาแนะนำในวันนี้ก็ถือว่าเป็นอีกเสียงหนึ่งของการช่วยกันส่งเสริมบอลไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่ง ต้องยอมรับเลยว่าการที่เรามาถึงตรงนี้ได้นั้น เป็นเพราะทุกคน สุดท้ายไม่ว่าจะยังไงก็ตามก็จะขอสนับสนุนฟุตบอลทีมชาติไทยต่อไป